เนื้อหา

แปลง "ขยะทางจาก" เป็น "กระดาษ" เพิ่มมูลค่าสู่ชุมชน

   บัณฑิตอาสา รุ่นที่ 5 รวม 30 คน ของโครงการบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ บอ.มอ. เพิ่งสำเร็จหลักสูตรไปเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา หลังจากแยกย้ายกันใช้ชีวิตอยู่ชุมชน เพื่อพัฒนาโครงการร่วมกับคนในพื้นที่เป็นเวลาครบหนึ่งปีเต็ม

    ในรุ่นนี้ หนุ่มสาวนักพัฒนาแต่ละคนได้พัฒนาโครงการบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมกับคนใน ชุมชน ซึ่งโครงการเหล่านี้จะได้รับการสานต่อจากแกนนำ ประชาชน และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้โครงการยังคงดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง       

   หนึ่งในโครงการดาวเด่นที่บัณฑิตอาสารุ่นนี้ทำงานจนประสบความสำเร็จและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีกับคนในชุมชน คือ โครงการศึกษาและส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์จากกระดาษทางจากบ้านนายอดทอง ตำบลวังวน อำเภอกันตัน จังหวัดตรัง โดย นางสาวผกามาศ  ทองคำ

     นาง สาวผกามาศ หรือ กาก้า ศิษย์เก่าคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นลูกหลานชาวอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เธอได้อาสาปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บ้านบ้านนายอดทอง ตำบลวังวน อำเภอกันตัน จังหวัดตรัง เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนเชื่อมระหว่างมหาวิทยาลัย กับชุมชนพร้อมกับเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนบ้านนายอดทอง

                การ เข้าไปอาศัยคลุกคลีอยู่ในชุมชนบ้านนายอดทอง เธอได้เล่าถึงวิธีการ และเทคนิคที่เธอใช้ในการปรับตัวเข้าหาชุมชนเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับคนใน ชุมชนจนได้รับการยอมรับเสมือนเป็นลูกหลานว่า เธอใช้วิธีการ ‘เดิน ทุกบ้าน’ เพื่อทำแผนที่เดินดินกับแผนผังเครือญาติเพื่อที่จะได้รู้จักและเรียนรู้กับ ทุกคนได้เร็วขึ้น สามารถทักทายกันได้ ที่สำคัญบัณฑิตอาสาพยายามเข้าร่วมทำกิจกรรมที่หลากหลายกับชุมชน เช่น ร่วมเล่นกีฬากับคนในชุมชน ช่วยเสิร์ฟน้ำในงานบวช งานแต่งงาน หรืองานศพ เป็นต้น

 “หนู พยายามปฏิบัติเสมือนว่าเราคือส่วนหนึ่งของชุมชนจริงๆ ไม่ใช่เป็นใครที่ไหนมาอยู่เพื่อหาข้อมูล แต่ต้องรักชุมชนให้เหมือนกับบ้านเกิด วิธีนี้ทำให้สามารถเรียนรู้ชุมชน และรู้จักคนในชุมชนได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น” บัณฑิตอาสาเล่า

 

                 เมื่อ ชุมชนเริ่มยอมรับ เธอจึงเริ่มค้นหาโจทย์ที่มีในชุมชนบ้านนายอดทอง โดยประเด็นหนึ่งที่บัณฑิตอาสามองว่าเป็นทั้งปัญหาและโอกาสในขณะเดียวกัน คือ ขยะทางจาก ซึ่งมีจำนวนมากและถูกทิ้งเกลื่อนกลาดอยู่ในหมู่บ้าน

                กา ก้าอธิบายว่า คนในพื้นที่จำนวนมากมีอาชีพลอกใบจาก และแปรรูปผลิตภัณฑ์ก้านจาก ทำให้แต่ละเดือนต้องนำเข้าใบจากจำนวนมาก และสุดท้ายมักถูกทิ้งอยู่ข้างบ้าน ริมทาง หรือในคูคลอง

                “ลอง คิดว่าแต่ละเดือนมีทางจากประมาณสามหมื่นทางถูกทิ้งอยู่ในชุมชน เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษ เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ หรือไปกีดขวางการจราจรทางเรือของชาวประมงในชุมชน ทำให้เริ่มคิดว่าน่าจะนำทางจากพวกนี้มาทำอะไรซักอย่างได้”  

 

หลัง จากเริ่มมองเห็นปัญหา เธอจึงเริ่มมองถึงความเป็นไปได้ในการแปรรูปทางจากเจ้าปัญหาเหล่านี้เพื่อลด มลภาวะในชุมชน และอาจเสริมรายได้แก่คนในพื้นที่อีกทางหนึ่ง

ด้วย ความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาจากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์โพลิเมอร์ ทำให้กาก้าเริ่มวิเคราะห์ว่าทางจากเหล่านี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสามารถแปร รูปเป็นกระดาษได้เช่นเดียวกับกระดาษสา หรือกระดาษจากเส้นใยสับปะรด

จาก ความเข้าใจดังกล่าว เธอจึงใช้ความรู้ทำการทดลองเบื้องต้นร่วมกับแกนนำของชุมชนลองผิดลองถูกเพื่อ มาแปรรูปทางจากเป็นกระดาษจนสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกยังถือว่าอยู่ในขั้นทดลอง ดังนั้นเพื่อให้สามารถนำโจทย์นี้ไปพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวได้ เธอจึงต้องได้รับความเห็นชอบและร่วมมือจากชุมชน

“หนู ได้จัดเวทีประชาคมเพื่อนำเสนอผลการเรียนรู้ชุมชน พร้อมทั้งชี้แจงว่ามีประเด็นไหนที่ชุมชนสามารถพัฒนาได้อีกบ้าง โดยได้เน้นไปที่การนำทางจากมาแปรรูปเป็นกระดาษ พร้อมทั้งแสดงตัวอย่างกระดาษให้เห็นว่าสามารถทำได้จริง ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วย และตกลงร่วมกันว่าจะพัฒนาโจทย์ในเรื่องนี้ร่วมกัน” 

 

หลังจากได้รับมติของชุมชนแล้ว โครงการการส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์จากกระดาษทางจาก  จึง ได้เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างบัณฑิตอาสา แกนนำในชุมชน กลุ่มสตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาขยะจากทางจาก เพิ่มมูลค่าสินค้า จนอาจสามารถพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากต้นจากอย่าง ครบวงจรได้ในที่สุด

อย่าง ไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกที่กาก้าได้พัฒนาด้วยตนเองยังต้องปรับปรุงอีกมากเพื่อให้ สามารถนำไปแปรรูปเป็นสินค้าอื่นได้ บัณฑิตอาสาจึงได้เข้าไปหารือกับ ผศ. ดร.สอาด ริยะจันทร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีวัสดุ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เพื่อขอรับข้อเสนอแนะด้านเทคนิค และปรับปรุงการผลิตกระดาษให้มีคุณภาพดีขึ้น

ใน เบื้องต้นหนูสามารถทำกระดาษได้แล้ว แต่ไม่ได้มาตรฐานเท่าไหร่ จึงได้เข้าไปปรึกษากับอาจารย์ที่ ม.อ.หาดใหญ่ อาจารย์ก็ได้แนะนำเทคนิค จนสามารถผลิตกระดาษจากทางจากที่มีคุณภาพมากขึ้น มีทั้งหมดสามแบบคือ แบบหยาบ แบบเรียบ และแบบมีลาย”

ใน ระหว่างการพัฒนาด้านเทคนิค บัณฑิตอาสาสาวยังได้กระตุ้นให้แกนนำในโครงการร่วมกันคิดไปถึงเรื่องการนำ กระดาษที่ได้ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยขั้นตอนนี้เธอได้ประสานงานและขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่ออบรมเสริมความรู้ เช่น วิทยาลัยการอาชีพกันตัง องค์การบริหารส่วนตำบลวังวน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดตรัง สำนักงานจัดหางานจังหวัดตรัง มูลนิธิหยาดฝน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตตรัง สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดตรัง สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง กลุ่มทำกระดาษจากเส้นใยสับปะรดจังหวัดกระบี่ จนล่าสุด ทางกลุ่มสามารถก่อตั้งกลุ่มอาชีพที่มีสมาชิกทั้งหมด 21 คน ได้นำกระดาษจากทางจากมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หลายรูปแบบ เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์ กล่องดินสอ พวงหรีด กรอบรูป กล่องกระดาษทิชชู

                ทางด้านนางสุจินต์ ไข่ริน ครูพี่เลี้ยงบัณฑิตอาสาในพื้น ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการฝ่ายการตลาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระดาษทางจาก  ได้แสดงความคิดเห็นว่า  น้อง กาก้าได้เข้ามาช่วยเหลือชุมชนหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับ มหาวิทยาลัยจนสามารถหาวิธีทำกระดาษและสามารถผลิตกระดาษได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังช่วยประสานงานในเรื่องของการจัดหาครูสอนการแปรรูปกระดาษให้เป็น ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าต่อผลิตภัณฑ์

“สำหรับ โครงการที่กำลังทำอยู่นี้ พี่คิดว่าสมาชิกกลุ่มควรรวมตัวกันให้เข้มแข็งแล้วจัดตั้งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ จากกระดาษทางจาก และไปจดทะเบียนเป็นสินค้า OTOP แล้วค่อยส่งจำหน่ายต่างจังหวัด และระดับประเทศ”

สำหรับนางนภาพร ปูขาว  ตัว แทนชุมชนกล่าวว่า โครงการนี้ช่วยทำให้สมาชิกกลุ่มใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีความรักความสามัคคีกัน และเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น นอกจากนี้อาจช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคตด้วย

“พี่ ขอเสนอแนะกับทางโครงการบัณฑิตอาสา มอ. ว่า อยากให้บัณฑิตอาสารุ่นต่อไปเข้ามาช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการกลุ่มและ การพัฒนาสินค้า รวมถึงการนำเศษเหลือใช้จากทางจากไปทำปุ๋ยหมักด้วย”

นาง ชิราภรณ์ พงศ์พิพัฒน์ ครูผู้สอนการแปรรูปกระดาษจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดตรัง ได้เล่าถึงประโยชน์ของโครงการว่าเป็นการนำสิ่งของเหลือใช้ในชุมชนมาทำให้ เกิดประโยชน์ สามารถประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้หลายอย่าง

“พี่ ว่าโครงการนี้มีประโยชน์มากและสามารถต่อยอดไปได้หลาย ๆ อย่าง สามารถทำเป็นกระดาษห่อของขวัญ เพราะดูแล้วคุณภาพก็พอใช้ สีสันก็อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้สวยงาม”

 ดัง นั้นถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี สามารถทำให้ชุมชนบ้านนายอดทองได้มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่ง ต่อจากอาชีพหลักและยังเป็นการสร้างความรักความสามัคคีภายในชุมชนและระหว่าง ชุมชนอีกด้วย  และยังมีโอกาสที่จะ พัฒนาโครงการนี้ต่อไปเพราะคนในชุมชนต่างก็ให้ความสนับสนุน และพร้อมที่จะสานต่อโครงการนี้ให้คงอยู่ตลอดไปจนโครงการนี้ได้รับการจดอนุสิทธิบัตร โดยฝ่ายการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี  อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สามารถติดต่อได้ที่  ศูนย์การเรียนรู้การประกอบอาชีพจากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระดาษทางจาก โทร. 089-9722465, 084-8449457


 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช